วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

ชื่อ ณิชมน  สกุล  หอมทิพย์  เลขที่ 22 ห้อง ม.5/9
กลุ่มที่ 10
ปัญหาที่นักเรียนศึกษา ปัญหาการติดเกมส์คอมพิวเตอร์
ที่มาและความสำคัญของปัญหา
                   ปัญหาการติดเกมคอมพิวเตอร์ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทแพร่หลายในสังคมมากขึ้น พฤติกรรมการติดเกมของเด็กคล้ายกับพฤติกรรมของผู้ป่วยติดสารเสพติด และผู้ป่วยติดการพนัน คือ มีความพึงพอใจเมื่อได้รับชัยชนะในการเล่นเกม และต้องการเอาชนะเพิ่มขึ้นอีกจึงรู้สึกพึงพอใจเท่าเดิม และมักใช้เวลาในการเล่นเกมนานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ มีความคิดหมกมุ่นกับเกมคอมพิวเตอร์อย่างมาก และมีความต้องการเล่นเกมตลอดเวลา กลุ่มเราจึงต้องการรณรงค์ให้เยาวชนและผู้ปกครองตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้น
วัตถุประสงค์
 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมและปัญหาของเยาวชนที่ติดเกมส์
 2. เพื่อเรียนรู้วิธีการสร้างภาพยนต์สั้น การตัดต่อวิดีโอ
ผลการศึกษา
                ได้ทราบเกี่ยวกับพฤติกรรมของเยาวชนส่วนใหญ่ที่ติดเกมส์รวมถึงปัญหาที่ตามมาของเยาวชนไม่ว่าจะเป็นปัญหาสังคมหรือปัญหาครอบครัว  ได้ช่วยรณรงค์เกี่ยวกับผลเสียของการติดเกมส์โดยการนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาการตัดต่อวิดีโอและสร้างภาพยนต์มาสร้างภาพยนต์สั้นและเผยแพร่ให้ผู้ชมมีความพึงพอใจและให้ความสำคัญกับปัญหาเพื่อแก้ปัญหานี้ได้
เสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ
1. ผู้ช่วยเหลือควรจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กก่อนเริ่มการปรับพฤติกรรม
2. วิธีที่ดีที่สุด คือ การตกลงกติกากันให้ชัดเจนก่อนอนุญาตให้เด็กเล่นเกม
3. ควรเอาจริงเอาจังกับข้อตกลงหรือกติกาที่ได้ตั้งไว้
4. สร้างแรงจูงใจในการเลิกให้กับเด็ก เช่น หากกำลังปรับลดชั่วโมงการเล่นเกม ก็ควรหากิจกรรมที่น่าสนใจมาทดแทนการเล่นเกมทันที  และถ้าเด็กทำได้ก็ควรชม /ให้กำลังใจ หรือให้รางวัล
5. ค่อยๆปรับพฤติกรรมทีละน้อย แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สม่ำเสมอ
6. ปัญหาเด็กติดเกมนั้นสามารถป้องกันและแก้ไขได้ซึ่งผู้ปกครองต้องใช้ความเข้าใจและความอดทน โดยไม่ว่าเด็กจะใช้เทคโนโลยีอะไรก็ควรให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะมีประโยชน์แล้ว หากใช้ไม่เหมาะสม ก็ให้โทษได้เช่นกัน
นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเรียนวิชา IS1
                ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ รู้จักการเป็นผู้นำและเป็นผู้ตามที่ดี กล้าคิด กล้าแสดงออก เกิดการพัฒนาความคิด และรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และมีความรับผิดชอบ รู้จักการแบ่งเวลา และการตรงต่อเวลาสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  รู้วิธีการทำงานต่าง ๆและการใช้โปรแกรมต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการทำงาน

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แนวทางการแก้ไขและการส่งเสริมของสังคม

      ที่บ้านมีพ่อแม่คอยให้คำแนะนำ
- ชนิดของเกมที่ควรจะเล่น
- รู้เวลา หรือมีมีช่วงเวลาเล่นที่เหมาะสม
- รับผิดชอบต่อหน้าที่ เช่น ทำการบ้านให้เสร็จก่อน     อ่านหนังสือก่อนแล้วจึงไปเล่นเกม
- ทำกิจกรรมในครอบครัวร่วมกันเพราะจะได้มีเวลาตักเตือน สั่งสอน อบรมได้
- ชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสีย ของการเล่นเกมนาน ๆ  เช่น ความเครียด ซึ่งอาจทำให้ชักและเสียชีวิตได้ ทำให้สายตาสั้น เป็นต้น
- ไม่ให้เงินเด็กครั้งละมาก ๆ เพราะอาจนำเอาไปเล่นเกมได้ทั้งวัน
         วัด
- พาไปวัด เพื่อทำบุญและเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวพุทธ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม
- อบรมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคม
- บวชภาคฤดูร้อน หรือช่วงปิดภาคเรียน
       โรงเรียน
- ครู อบรมสั่งสอน วิธีการใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ในด้านการศึกษา หาแหล่งเรียนรู้ ไม่ใช่มีไว้เล่นเกมเพียงอย่างเดียว
- สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปกับการเรียนการสอนทุกวิชา
- ให้ค้นงานจากอินเตอร์เน็ต มาส่ง มานำเสนอ เพื่อที่เด็กจะได้มีความรู้ด้านอื่นด้วยจะได้ไม่เล่นเกมเพียงอย่างเดียว
        ชุมชน
- ช่วยกันสอดส่องดูแล ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ให้มองที่อนาคตของลูกหลาน เช่นไม่เปิดร้านเกมเพิ่ม ไม่ส่งเสริมหรือจูงใจเด็กเข้าไปเล่นเกมเพื่อผลประโยชน์
- ชุมชนควรส่งเสริมด้านกีฬาให้มากขึ้น รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้เด็กเล่นกีฬาด้วย
- ทำตนเป็นแบบอย่างแก่เด็กในการช่วยเหลือสังคม  จูงใจให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการบำเพ็ญประโยชน์
             การเมือง
- มีนโยบายในการตรวจสอบ Web เกมที่อาจเป็นอันตรายแก่เด็ก
- มีมาตรการทางกฎหมายเพื่อปราบปราม ร้านเกม   Internet ที่เปิดเกินเวลา หรือเป็นแหล่งมั่วสุม

วิธีแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์ในครอบครัว

1. ก่อนซื้อเกมหรือคอมพิวเตอร์เข้าบ้าน ควรคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกาการเล่นเกมกันล่วงหน้าอย่างชัดเจนเสียก่อน ว่าจะให้เล่นในวันเวลาใด ครั้งละกี่ชั่วโมงหรือต้องทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน คุณหมอแนะนำให้เขียนกฎ กติกา มารยาทไว้ในที่เห็นชัด เช่น หน้าคอมพิวเตอร์ และมีสมุดลงบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์
           2. ควรวางคอมพิวเตอร์ไว้เป็นสมบัติส่วนรวม มีคนเดินผ่านไปมาบ่อย ไม่วางในห้องนอนเด็ก
           3. วางนาฬิกาไว้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมในจุดที่เด็กมองเห็นเวลาได้ชัด
           4. ควรชมเมื่อเด็กรักษาและควบคุมเวลาในการเล่นเกมได้
           5. เอาจริงเอาจังและเด็ดขาดเมื่อเด็กไม่รักษากติกา ไม่ใจอ่อน แม้ว่าเด็กจะโวยวาย
           6. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้อบอุ่น น่าอยู่
           7. ส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและเด็กสนใจแทนการเล่นเกม
           8. ฝึกระเบียบวินัย สอนให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา
           9. พ่อแม่ควรมีความรู้เกี่ยวกับเกม แยกแยะประเภทของเกม เลือกใช้เกมที่มีประโยชน์ ควรพูดคุยและให้ความรู้สอดแทรกให้ลูกเข้าใจและยอมรับได้ว่าการเล่นเกมที่ดีคืออะไร ไม่ส่งเสริมให้เล่นเพราะอะไร

ผลกระทบต่อสังคมเมื่อมีเด็กติดเกมส์

1. ปัญหาอาชญากรรม เช่น การลักขโมยเพื่อนำเงินไปเล่นเกม การบังคับขูดรีดเงินจากคนที่อ่อนแอกว่าเพื่อนำเงินไปเล่นเกมส์
2. ปัญหาการค้ามนุษย์ คือ การที่เด็กต้องเข้าสูการขายบริการทางเพศ หรือการขอทานเพื่อนำเงินมาเล่นเกม
3. ปัญหาความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา เมื่อเด็กติดเกมแล้ว ถ้าเด็กยังไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะแยกแยะเรื่องจริง และเกม อานำความรุนแรงจากเกมมาใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตจริง
4. โดนล่วงละเมิดทางเพศ เพราะเด็กส่วนใหญ่จะออกไปเล่นนอกบ้าน และบางเกมยังมีการแชทได้ด้วย ทำให้มีการนัดแนะ และก่อให้การหลอกลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ
5. ปัญหาการติดสารเสพติดและยาเสพติด เนื่องจากมีการคบเพื่อนที่หลากหลายมาขึ้น อาจเป็นทั้งผุ้เสพ หรือค้ายาเพื่อนำเงินมาเล่นเกม

ผลกระทบต่อตัวเด็กเมื่อติดเกมส์

     1. ด้านสุขภาพร่างกาย(เชิงพัฒนาการ)
1.1.   ภาวะทุพโภชนาการในเด็กเล่นเกม ซึ่งมีทั้งเด็กขาดสารอาหาร และภาวะโภชนาการเกิน  เนื่องจากการที่เด็กเล่นเกมนั้น การใส่ใจในการรับประทานอาหารจะลดลงทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ เด็กบางคนเล่นจนไม่กินอะไรเลย หรือกินไม่ครบ 3 มือ และอาหารที่กินเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์คุณภาพต่ำ และกินซ้ำแบบเดิม 
1.2.   ภาวะพร่อง Growth Hormone(GH)  เนื่องจาก GH จะหลั่งในช่วงระหว่างเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กนอนหลับสนิท ถ้าเด็กเล่นเกมจนอดหลับอดนอน นอนไม่พอ จะทำให้การหลั่งของ GH น้อย ส่งผลให้เด็กเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เพราะ GH เป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตด้านร่างกายของเด็ก
1.3.   ร่างกายอ่อนเพลีย เนื่องจากขาดการพักผ่อนส่งผลให้สมองมีความเฉื่อยชา ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง เนื่องสมองอ่อนล้า อีกทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ดังที่ได้เห็นตามสื่อต่างๆ ว่าเล่นจนช๊อคเสียชีวิตคาร้านเกม เป็นต้น
1.4.   เสี่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อ เนื่องจากสถานที่เล่นเกมมีผู้ใช้บริการมากมาย หากทางร้านไม่มีมาตรการด้านการรักษาความสะอาดที่ดี จะกลายเป็นแหล่งรังโรค อีกทั้งเด็กที่ติดเกมยังขาดพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ และสุขอนามัยที่เหมาะสม ขาดการพักผ่อน มีภาวะขาดสารอาหาร จึงง่ายต่อการติดโรคติดเชื้อได้ เช่น ในกรณีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นต้น
1.5.   จากงานวิจัยของโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าการเล่นเกมทำให้ค่า IQ สูงขึ้น มีสมาธิดีขึ้น แต่ความเก่งที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อระดับผลการเรียนของเด็ก แต่เด็กจะมีสมาธิในการเล่นมากขึ้น ซ้ำยังส่งผลให้ผลการเรียนตกต่ำอีกด้วย
1.6.   ปวดขอมือ เนื่องจากการเล่นต้องใช้กล้ามเนื้อส่วยนี่เป็นเวลานาน อาจเกิดการอักเสบได้
1.7.   เกิด Carpal tunnel Syndrome มีอาการตาแห้ง ล้า จากแสงของจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากการเล่นเกมตองมีการเพ่งและใช้สายตามาก อีทั้งยังมีอาการปวดศีรษะ และปวดหลัง ร่วมด้วย

     2. ด้านสุขภาพจิต
2.1.   ทำให้โอกาสที่จะสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นน้อยลง กลายเป็นคนแปลกแยก ไม่มีสังคมเพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกม ทำให้เด็กอาจมีพฤติกรรมกลัวสังคมได้ ซึ่งจะมีอาการปิดตัวไม่สุงสิงกับใครเก็บตัวอยู่ในห้องเพียงลำพัง
2.2.   การที่เด็กเล่นเกมที่รุนแรงมากและใช้เวลาในการเล่นติดต่อกันต่อครั้งนานเกินไปทำให้เกิดผลเสียทางด้านอารมณ์ เด็กจะก้าวร้าวรุนแรง ชอบเอาชนะ โมโหร้าย นอกจากนั้นยังจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน และหดหู่ ซึมเศร้าหากไม่ได้เล่นเกม
2.3.   เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ เนื่องจากเด็กในช่วงวัยรุ่น ตามทฤษฎีของ Erikson นั้น เป็นช่วงที่กำลังคนหาตัวเอง และมักหาตัวแบบในการเลียนแบบในสิ่งที่ตนเองชอบ อีกทั้งเด็กวัยนั้น สมองส่วนหน้ายังพัฒนาไม่สมบูรณ์ทำให้ความยับยั้งชังใจยังไม่ดีพอ อาจแยกไม่ออกระหว่างโลกของความเป็นจริงกับเกม อาจนำวิธีที่ใช้ในเกมมาแก้ปัญหาของตนเองได้ ดังที่ได้เห็นจากข่าวต่างๆ ที่ปรากฏ มีการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
2.4.   ภาวะความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ ในช่วงวัยเด็ก และวัยรุ่น หากมองตามทฤษฎีของ Visgosky นั้น การที่เด็กเรียนรู้อะไรนั้น จำเป็นต้องมีตัวช่วยในการส่งเสริม แต่ถ้าเด็กเล่นเกมมากก็จะขาดตัวเสริมเหล่านี้ ทำให้เด็กเรียนรู้ตามมีตามเกิด หรืออาจเดินผิดทางได้ ส่งผลระยะยาวให้เด็กขาดทักษะในการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต

     3.  ด้านสังคม
3.1.   เด็กจะไม่ไปโรงเรียนหรือไปโรงเรียนสายเพราะเอาเวลาไปเล่นเกม ซึ่งเป็นผลทำให้มีผลการเรียนตกต่ำ ไม่ยอมทำการบ้าน ไม่อ่านหนังสือ ไม่มีสมาธิในการเรียน สมองเฉื่อย สุดท้ายส่งผลให้เด็กเรียนไม่จบ
3.2.   ด้านพฤติกรรม เกิดปัญหาเด็กโกหก ลักขโมย ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เกิดปัญหาภายในครอบครัว เพราะเด็กจะติดเกมจนไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง หรือเด็กอาจขโมยหรือหลอกเอาเงินจากผู้ปกครองไปเล่นเกม ทำให้ขาดความสัมพันธ์ในครอบครัว ไม่มีเวลาให้กัน ขาดความเข้าใจ โกรธใส่กัน
3.3.   แต่ก็มีผลดีทำให้เกิดการเรียนรู้ในการเข้าสังคม เพราะในเกมออนไลน์จะมีการแชทพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นด้วยกัน มีการให้ความช่วยเหลือกัน และมีการร่วมเล่นกันเป็นทีม เช่น Mimi Ito นักมานุษยวิทยา จาก Southern California University กำลังทำการวิจัยเรื่องการสื่อสารรูปแบบใหม่ ในผู้ที่เล่นเกม Real-Life Local Friends ที่กระตุ้นให้มีการเข้าสังคมมากขึ้น

ข้อเสียของการเล่นเกมส์

                ด้านสมอง
- ความคิด
- ไม่มีเวลาพัฒนาตนเอง เช่น การอ่านหนังสือ การทำการบ้าน
               ด้านร่างกาย
- คลื่นรังสีจากคอมพิวเตอร์ไปรบกวนการทำงานของสมอง ทำให้ไม่มีสมาธิในกาทำงาน และการคิด
- รังสีจากแสงคอมพิวเตอร์ทำลายเยื่อบุตา กระจกตา ทำให้กระจกตาเปื่อย เกิดปวดตาและตาบอดได้
- ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่ได้รับการพัฒนาทำให้กล้ามเนื้อลีบได้
              ด้านจิตใจ
- ด้านอารมณ์ อาจมีความคิดการแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรง หรือชอบความรุนแรง ตามเกมที่เล่นได้
- เห็นมนุษย์เป็นเครื่องจักรกล ไม่มีชีวิตจิตใจ
- ขาดคุณธรรมจริยธรรม

ข้อดีของการเล่นเกมส์

             ด้านสมอง
- มีการพัฒนาเส้นใยสมอง
- สมองซีกขวาได้รับการพัฒนาตามภาพ ตามจิตนาการของเกม
             ด้านจิตใจ
- เป็นแรงจูงใจ
- เป็นความพยายามที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของการเล่นเกมสามารถนำต้นแบบของการพยายามไปใช้กับการทำงานด้านอื่นได้ เช่น การทำการบ้าน การอ่านหนังสือ และการแสวงหาวิธีการเรียนรู้ได้
               ด้านทักษะ
- มีทักษะในการใช้เมาส์ หรือการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งสามารถจะพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้คอมพิวเตอร์ด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ เช่น ทักษะการพิมพาตัวอักษร  ทักษะการแสวงหาความรู้จากสื่ออิเล็คทรอนิค ต่าง ๆ ได้ เช่น การใช้สื่อ CAI การหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต  การทำข้อสอบทางสื่ออิเล็คทรอนิค  ซึ่งการแสวงหาความรู้แบบนี้จำเป็นต้องมีการใช้ทักษะการใช้คีร์บอร์ด การใช้เมาส์ เป็นต้น